🔭

Lab 36 — ภาพจากเลนส์เว้า & กล้องกาลิเลโอ (3D)

Images and Diverging Lenses — Experiment 36 · หา f ด้วยลำแสงเลเซอร์ (D vs X) · ประกอบกล้องโทรทรรศน์กาลิเลโอ · ม้านั่งเชิงแสง 3 มิติ

3D · three.js KP Science simulation
Part A · หาโฟกัส
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ — ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ยังใช้แผนภาพรังสี 2D ด้านล่างทำการทดลองได้
🔭 มุมมองผ่านกล้อง — ภาพที่ตาเห็นเมื่อมองผ่านเลนส์เว้าไปยังวัตถุไกล · ปรับระยะระหว่างเลนส์จนภาพคมชัด แล้ววัด L ด้วยไม้บรรทัด ↔ บนแผนภาพด้านล่าง
ภาพตั้งตรง ขยาย M = −F₁/F₂ เท่า (เฉลย M ในโหมดอัตโนมัติ)
📐 แผนภาพ (ตามสเกล) — ลากอุปกรณ์บนแผนภาพได้ · สเกลแนวตั้งขยาย 2.5× โหมดวัดเอง: ไม่แสดงจุดโฟกัส/รังสี — วัดเอง
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผลไม่ถูกลบ
เลือกการทดลอง
📍 ตำแหน่งบนแนวแกน (cm)
เลนส์เว้า
กระดาษ
เลนส์นูน F₁
เลนส์เว้า F₂
ตา
แสงเดินทางจากซ้ายไปขวา (เลเซอร์/วัตถุไกลอยู่ซ้ายสุด)
🖐 คำแนะนำ
📋 ตารางบันทึกผล
📈 กราฟ D vs X (ต่อเส้น → −|f|)

วัตถุประสงค์

สังเกตลักษณะของภาพที่เกิดจากเลนส์เว้า (diverging lens / double concave lens) และเปรียบเทียบกับเลนส์นูน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน:

อุปกรณ์

การใช้งาน Simulation

⚠️ ความปลอดภัย: ห้ามมองเข้าไปในลำเลเซอร์โดยตรง แม้เป็นกำลังต่ำ อาจทำให้จอประสาทตาเสียหายได้

Part A — หาทางยาวโฟกัสของเลนส์เว้า

หลักการ

ลำแสงเลเซอร์ (รังสีขนานกันแน่น) เมื่อผ่านเลนส์เว้าจะกระจายออก แสงเคลื่อนที่ออกจากเลนส์ราวกับมาจากจุดโฟกัสเสมือน F ซึ่งอยู่ด้านเดียวกับแหล่งกำเนิดแสง (ด้านเลเซอร์)

ถ้าวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวงแสง D ที่ระยะ X จากเลนส์ต่างๆ จะได้ความสัมพันธ์เชิงเส้น:

D = D₀ + (D₀/|f|) · X

เมื่อเขียนกราฟ D (แกน y) กับ X (แกน x) แล้วต่อเส้นไปทางซ้าย (extrapolation) จนตัดแกน X ที่จุด D=0 ค่า X ที่จุดตัดนั้นคือ −|f| จึงได้ f = −|f| (เลนส์เว้ามีค่าเป็นลบ)

วิธีการทดลอง

  1. วางเลเซอร์กำลังต่ำบนโต๊ะ — ระวังไม่ให้ชี้ไปที่ดวงตาของใคร
  2. เปิดเลเซอร์ ส่องลำแสงผ่านเลนส์เว้า จะสังเกตเห็นลำแสงแผ่ออกเป็นวงกลมกว้างขึ้น
  3. ถือกระดาษสมุดชนตัวเลนส์ (X = 0 cm โดยประมาณ) ใช้ดินสอร่างขอบวงแสงที่เห็น
  4. เลื่อนกระดาษออกจากเลนส์ทุก 5 cm (5, 10, 20, 30, 40, 50, 60 cm) ร่างขอบวงแสงทุกตำแหน่ง
  5. วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง D ของวงแสงแต่ละระยะ บันทึกลงตาราง
  6. พลอตกราฟ D (แกน y, cm) vs X (แกน x, cm)
  7. ลากเส้นตรงผ่านจุดข้อมูลให้ดีที่สุด (best fit line) แล้วต่อเส้นไปทางซ้ายจนตัดแกน X
  8. อ่านค่า X ที่จุดตัด = −|f| → ได้ทางยาวโฟกัสของเลนส์เว้า
💡 หมายเหตุ: นักเรียนจะได้ข้อมูลจริงคล้ายตารางตัวอย่าง เช่น X = 5,10,20,30,40,50,60 cm → D = 1.3, 2.3, 4.7, 8.0, 11.0, 13.1, 16.4 cm
(ตัวเลขจะแตกต่างกันไปตามเลนส์ที่ใช้ — slope = D₀/|f|)

วิธีการใน Simulation (Part A)

  1. ในแท็บ การทดลอง เลือก Part A
  2. ลากกระดาษ (ในภาพ 3D หรือแผนภาพ) ไปที่ระยะ X = 5, 10, 20, ... 60 cm จากเลนส์
  3. อ่านขนาดวงแสง D จากสเกล cm บนกระดาษในแผนภาพ 2D (หรือใช้ไม้บรรทัด ↕ ลากปลาย A/B ให้ชนขอบวงแสง)
  4. กรอก X และ D ลงในช่อง "บันทึกค่า" แล้วกดปุ่ม "เพิ่มจุด"
  5. ทำซ้ำอย่างน้อย 5–7 จุด จนได้กราฟเส้นตรง
  6. ระบบจะ fit เส้นตรง และ extrapolate ให้อัตโนมัติ — อ่านค่า f จากจุดตัดแกน X
  7. เปรียบเทียบกับ f จริง — ถ้ายังไม่ดี กด "สุ่มเลนส์ใหม่" ทำซ้ำ

Part B — กล้องโทรทรรศน์กาลิเลโอ (Galileo Telescope)

หลักการ

กาลิเลโอค้นพบว่าถ้านำเลนส์นูนทางยาวโฟกัสยาว (F₁ = objective) + เลนส์เว้าทางยาวโฟกัสสั้น (F₂ = ocular/eyepiece) มาวางในแนวเดียวกัน จะได้กล้องโทรทรรศน์ที่ให้ภาพตั้งตรง (ไม่กลับหัวเหมือนกล้องเคปเลอร์)

M = −F₁/F₂

เนื่องจาก F₂ เป็นลบ (เลนส์เว้า) ค่า M จึงเป็นบวก → ภาพตั้งตรง

ระยะห่างระหว่างเลนส์ทั้งสองในกล้องกาลิเลโอ คือ L = F₁ + F₂ (เป็นบวก เพราะ |F₁| > |F₂|)

วิธีการทดลอง

  1. ค้นหาทางยาวโฟกัสของเลนส์เว้าด้วยวิธี Part A → ได้ F₂ (เป็นลบ)
  2. หาทางยาวโฟกัสของเลนส์นูนด้วยวิธี Lab 35 (แสงอาทิตย์) → ได้ F₁ (ยาว เช่น 30–50 cm)
  3. วางเลนส์นูนห่างจากเลนส์เว้าเป็นระยะ L = F₁ + F₂
  4. มองผ่านเลนส์เว้า (ด้านที่ใกล้ตา) ไปยังวัตถุที่อยู่ไกล เช่น ป้ายหน้าห้อง, อาคารฝั่งตรงข้าม, ต้นไม้
  5. สังเกตว่าภาพที่เห็น:
    • ขยายหรือเล็กลง?
    • ตั้งตรงหรือกลับหัว?
    • คำนวณ M = −F₁/F₂ เปรียบเทียบกับขนาดภาพที่เห็น
  6. บันทึกผลการสังเกต

วิธีการใน Simulation (Part B)

  1. เลือก Part B: กล้องกาลิเลโอ
  2. ลากเลนส์นูน (F₁) และเลนส์เว้า (F₂) ในภาพ 3D หรือแผนภาพ
  3. ลากดวงตา 👁 ให้ใกล้เลนส์เว้า
  4. ดูกล่อง "มุมมองผ่านกล้อง" มุมขวาบน เพื่อเห็นภาพของวัตถุไกล (เช่น ต้นไม้/บ้าน)
  5. ปรับตำแหน่งเลนส์จนภาพคมชัด → L = F₁ + F₂
  6. วัด L ด้วยไม้บรรทัด ↔ → คำนวณ F₂ = L − F₁ กรอกลงช่องแล้วกด "บันทึก" — ระบบจะเฉลย F₂ จริงและแสดงรังสีผ่านกล้อง
  7. ระบบคำนวณกำลังขยาย M = −F₁/F₂ ให้เปรียบเทียบ

คำถามหลังการทดลอง

  1. ทำไมจึงหาทางยาวโฟกัสของเลนส์เว้าด้วยวิธี Part A (ใช้แสงอาทิตย์) ไม่ได้?
    → เพราะเลนส์เว้ากระจายแสง ไม่รวมเป็นจุดโฟกัส ทำให้ไม่มีภาพจริงบนกระดาษ
  2. ภาพที่เห็นผ่านเลนส์เว้าเมื่อมองวัตถุเทียบกับขนาดจริง เป็นอย่างไร?
    → เล็กกว่า, ตั้งตรง, เสมือน (อยู่ด้านเดียวกับวัตถุ)
  3. ทำไมกล้องกาลิเลโอให้กำลังขยายเป็นบวก?
    → เพราะ F₂ เป็นลบ → M = −F₁/F₂ จึงเป็นบวก = ภาพตั้งตรง
📐 กฎเครื่องหมาย (Sign Convention)
เลนส์เว้า (Diverging)
f −
✅ การทดลองนี้ใช้เลนส์เว้า
เลนส์นูน (Converging)
f +
ใช้เป็น objective ของกล้องกาลิเลโอ
ภาพจากเลนส์เว้า
s′ − · y′ + · M +
เสมือน ตั้งตรง เล็กกว่า เสมอ
กล้องกาลิเลโอ
M = −F₁/F₂ +
ขยาย ตั้งตรง (F₂ เป็นลบ)

1. รังสีหลัก 3 เส้นผ่านเลนส์เว้า

เลนส์เว้า (diverging lens / double concave) หักเหแสงให้กระจายออก เราใช้รังสีหลัก 3 เส้นจากปลายวัตถุเพื่อหาตำแหน่งภาพ:

จุดที่ ส่วนต่อของรังสี (เส้นประ) ตัดกัน คือ ตำแหน่ง ภาพเสมือน (อยู่ด้านเดียวกับวัตถุเสมอ)

2. ภาพจากเลนส์เว้าเป็น "เสมือน ตั้งตรง เล็กลง" เสมอ

ไม่ว่าวัตถุจะอยู่ที่ระยะใดก่อนเลนส์เว้า ภาพที่ได้จะเป็น:

ระยะวัตถุ sระยะภาพ s′ชนิดทิศทางขนาดM
ใกล้เลนส์ (s < |f|)− (|s′| < s)เสมือนตั้งตรงเล็กกว่า0 < M < 1
s = |f||f|/2เสมือนตั้งตรงครึ่งหนึ่งM = +0.5
ไกลเลนส์ (s > |f|)− (|s′| < |f|)เสมือนตั้งตรงเล็กกว่ามากM → 0⁺

ภาพจากเลนส์เว้า จับภาพบนจอไม่ได้ — เพราะรังสีจริงไม่ตัดกัน (ต้องต่อเส้นรังสีย้อนกลับจึงจะตัด)

3. สมการเลนส์บางกับเลนส์เว้า

1/f = 1/s + 1/s′ M = y′/y = −s′/s

สำหรับเลนส์เว้า f < 0 (f เป็นลบ) ทำให้ 1/s′ < 0 → s′ < 0 เสมอ → ภาพเสมือน

ตัวอย่างคำนวณ: เลนส์เว้า f = −10 cm, วัตถุอยู่ที่ s = 20 cm

1/s′ = 1/f − 1/s = −1/10 − 1/20 = −3/20
s′ = −20/3 ≈ −6.67 cm (ภาพอยู่ด้านหน้าเลนส์ 6.67 cm)
M = −s′/s = −(−6.67)/20 ≈ +0.33 (M บวก → หัวตั้ง · |M| < 1 → เล็กกว่า)

4. วิธีวัดโฟกัสด้วยลำแสงเลเซอร์ (Beam Expansion Method)

เลเซอร์ให้ลำแสงขนาน เมื่อผ่านเลนส์เว้า ลำแสงจะแผ่ออกเป็นวงกลม ราวกับแสงกระจายจากจุดโฟกัสเสมือน F ด้านหลังเลนส์ (ด้านเดียวกับเลเซอร์)

จากรูปสามเหลี่ยมคล้ายกัน:

D / (|f| + X) = D₀ / |f|

จัดรูปใหม่ได้:

D = D₀ + (D₀/|f|) · X

กราฟ D vs X เป็นเส้นตรง:

5. กล้องโทรทรรศน์กาลิเลโอ (Galileo Telescope)

ประกอบด้วยเลนส์ 2 ตัว วางในแนวเดียวกัน:

M = −F₁ / F₂

เนื่องจาก F₂ < 0 (เลนส์เว้า) ค่า M จึงเป็นบวก → ภาพตั้งตรง (ไม่กลับหัว)

ทำไมภาพถึงตั้งตรง?

  1. แสงจากวัตถุไกล (มาถึงเลนส์แบบขนาน) ผ่านเลนส์นูน F₁ → ควรจะรวมเป็นภาพจริงกลับหัวที่ระยะ F₁ จากเลนส์นูน
  2. แต่ก่อนจะรวมเป็นภาพจริง แสงเจอเลนส์เว้า F₂ ก่อน (วางอยู่ห่างจากเลนส์นูน F₁ + F₂)
  3. เลนส์เว้าทำให้แสงที่กำลังลู่เข้าหากัน "กลับมาเป็นขนาน" ออกสู่ดวงตา — ตา focus บนภาพเสมือนที่ระยะอนันต์
  4. เพราะแสงไม่ได้ตัดกันจริงก่อนถึงเลนส์เว้า ภาพจึง ไม่พลิกกลับ → เห็นตั้งตรง ✨
🔭 การใช้งานจริง: กล้องส่องละครโอเปร่า (opera glasses), กล้องดูนก รุ่นแรกๆ ใช้ระบบกาลิเลโอ — กะทัดรัด และเห็นภาพตั้งตรง แต่กำลังขยายต่ำและมุมมอง (FOV) แคบ

เปรียบเทียบ: กล้องกาลิเลโอ vs กล้องเคปเลอร์

ประเด็นกาลิเลโอ (Galileo)เคปเลอร์ (Kepler)
Objectiveเลนส์นูน (F₁ > 0)เลนส์นูน (F₁ > 0)
Eyepieceเลนส์เว้า (F₂ < 0)เลนส์นูน (F₂ > 0)
ระยะเลนส์L = F₁ + F₂ (สั้นกว่า)L = F₁ + F₂ (ยาวกว่า)
ภาพตั้งตรง (M > 0)กลับหัว (M < 0)
ขนาดกล้องสั้นกว่ายาวกว่า
มุมมอง (FOV)แคบกว้างกว่า